อิงตาม Rulebook 2026 · ฉบับภาษาไทย

กติกาพิกเคิลบอล
ครบทุกข้อ ละเอียดทุกหมวด

เรียบเรียงใหม่เป็นภาษาไทยตามโครงสร้างของ USA Pickleball Official Rulebook ฉบับปี 2026 ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน — ตั้งแต่ขนาดสนามจนถึงมารยาทในเกม อ่านจบ ลงคอร์ทได้เลย

ดูสารบัญ ⬇ ดาวน์โหลด PDF ต้นฉบับภาษาอังกฤษ ↗

สารบัญ

12 หมวด เรียงตามลำดับการเรียนรู้จริง

อัปเดตปีนี้

มีอะไรใหม่ใน Rulebook 2026

สรุปจากเอกสารการเปลี่ยนแปลงทางการของ USA Pickleball (ประกาศ 17 ธ.ค. 2025 มีผล 1 ม.ค. 2026) — ทุกข้อถูกอัปเดตเข้าเนื้อหาหมวดที่เกี่ยวข้องในหน้านี้แล้ว

การเสิร์ฟ
ต้อง "ชัดเจน" ทั้ง 3 เงื่อนไข
เงื่อนไขวอลเลย์เสิร์ฟวัดที่การเคลื่อนของแพดเดิล (ไม่ใช่แขน) และทุกข้อต้องเห็นได้ชัดเจน + ยืนยันว่าใส่สปินด้วยแพดเดิลตอนตีได้ ห้ามเฉพาะปั่นด้วยมือตอนปล่อย → หมวด 4
การขานลูกออก
ต้องขานทันที
ถ้าไม่ได้ตีโต้กลับ ขานออกหลังลูกตายได้ถ้าขานโดยพลัน — ตัดช่องโหว่เดิมที่ลากได้ถึงก่อนเสิร์ฟถัดไป → หมวด 9
เสาเน็ต
เด้งก่อน = ฝ่ายตีชนะ
ลูกที่เด้งลงแดนคู่แข่งแล้วค่อยไปโดนเสาเน็ต ฝ่ายตีชนะแรลลี่ (เดิมถือเป็นลูกตายฝ่ายตีแพ้ทุกกรณี) → หมวด 10
Rally Scoring
ทดลองต่อ + รับปิดเกมได้
เป็นรูปแบบ provisional ที่รายการทั่วไปเลือกใช้ได้ และฝ่ายรับทำแต้มปิดเกมได้แล้วในระบบนี้ → หมวด 6
ลูกสำรอง
โผล่ให้เห็น = ฟอลต์
ลูกสำรองที่พกต้องมองไม่เห็นและไม่หล่นตลอดช่วงลูกยังไม่ตาย — เข้มขึ้นจากเดิมที่ผิดเฉพาะตอนหล่น → หมวด 10
หมวดใหม่ทั้งหมวด
วีลแชร์ + Adaptive
แยกกติกาวีลแชร์เป็นหมวดเฉพาะ (วีลแชร์เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ให้ลูกเด้งได้ 2 ครั้ง) และเพิ่มประเภท Adaptive Standing สำหรับผู้เล่นยืนที่มีข้อจำกัดการเคลื่อนไหว ซึ่งประกาศใช้สิทธิ์ลูกเด้ง 2 ครั้งได้ทั้งแมตช์

ยังมีการเปลี่ยนแปลงย่อยด้านการจัดการแข่งขันและบทลงโทษอีกหลายข้อ เช่น กรรมการลงโทษได้ตั้งแต่ช่วงวอร์มอัป ห้ามถามผู้ชมเด็ดขาด และการถอนคำขอไทม์เอาต์แพทย์ — ดูฉบับเต็มได้ที่ เอกสารการเปลี่ยนแปลง 2026 ของ USAP ↗

หมวด 1

พื้นฐานของเกม

พิกเคิลบอลคือกีฬาแรกเกตที่รวมข้อดีของแบดมินตัน เทนนิส และปิงปองไว้ในสนามเดียว

  1. 1.1
    รูปแบบการเล่น

    เล่นได้ทั้งประเภทเดี่ยว (1 ต่อ 1) และประเภทคู่ (2 ต่อ 2) โดยใช้สนามขนาดเดียวกันทั้งสองประเภท กติกาเกือบทั้งหมดเหมือนกัน ต่างกันเฉพาะลำดับการเสิร์ฟและการขานคะแนน

  2. 1.2
    เป้าหมายของเกม

    ตีลูกข้ามเน็ตให้ลงในสนามฝั่งตรงข้าม จนกว่าอีกฝ่ายจะทำผิดกติกา (ฟอลต์) เช่น ตีลูกออก ตีติดเน็ต หรือปล่อยให้ลูกเด้งเกิน 1 ครั้ง

  3. 1.3
    ใครได้คะแนน

    เฉพาะฝ่ายเสิร์ฟเท่านั้นที่ทำคะแนนได้ หากฝ่ายรับชนะแรลลี่ จะไม่ได้คะแนน แต่ได้สิทธิ์เสิร์ฟกลับมาแทน (เรียกว่า side out) นี่คือหัวใจของระบบคะแนนแบบดั้งเดิมที่ใช้ในกติกาทางการ

  4. 1.4
    เกมจบเมื่อไหร่

    เกมมาตรฐานเล่นถึง 11 คะแนน และต้องชนะห่างอย่างน้อย 2 คะแนน เช่น 11–9 จบเกม แต่ 11–10 ต้องเล่นต่อจนกว่าจะห่าง 2 (12–10, 13–11, …) การแข่งขันบางรายการอาจกำหนดเกมละ 15 หรือ 21 คะแนน ซึ่งยังคงหลักชนะห่าง 2 เหมือนเดิม

  5. 1.5
    แมตช์

    โดยทั่วไปหนึ่งแมตช์แข่งแบบชนะ 2 ใน 3 เกม ทีมจะสลับแดนเมื่อจบแต่ละเกม และในเกมตัดสิน (เกมที่ 3) สลับแดนเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำได้ 6 คะแนน

  6. 1.6
    น้ำใจนักกีฬาเป็นส่วนหนึ่งของกติกา

    ในเกมที่ไม่มีกรรมการ ผู้เล่นเป็นผู้ตัดสินเส้นในฝั่งของตัวเอง และ rulebook กำหนดหลักไว้ชัดเจนว่า เมื่อไม่แน่ใจ ให้ยกประโยชน์ให้คู่แข่งเสมอ

หมวด 2

สนามและอุปกรณ์

สนามเท่าแบดมินตัน เน็ตเตี้ยกว่าเทนนิส และโซน 7 ฟุตหน้าเน็ตที่เปลี่ยนทุกอย่าง

เน็ต เขตห้าม วอลเลย์ เขตห้าม วอลเลย์ คอร์ตเสิร์ฟขวา คอร์ตเสิร์ฟซ้าย คอร์ตเสิร์ฟซ้าย คอร์ตเสิร์ฟขวา 13.41 ม. (44 ฟุต) 2.13 ม. 6.10 ม. (20 ฟุต)
เส้นทุกเส้นกว้าง 5 ซม. (2 นิ้ว) และถือเป็นส่วนหนึ่งของสนาม — ลูกแตะเส้นคือลูกดี
ขนาดสนาม
6.10 × 13.41 ม.
20 × 44 ฟุต วัดรวมเส้น — ใช้ขนาดเดียวกันทั้งเดี่ยวและคู่ พื้นที่เล่นแนะนำรวมนอกสนาม 9.1 × 18.3 ม.
ความสูงเน็ต
91.4 → 86.4 ซม.
สูง 36 นิ้วที่เสาริมสนาม และหย่อนลงเหลือ 34 นิ้วที่กึ่งกลางสนาม
เขตห้ามวอลเลย์
2.13 ม.
ลึก 7 ฟุตจากเน็ตทั้งสองฝั่ง รวมเส้นทุกเส้นที่ล้อมโซน — เรียกกันว่า "ครัว" (kitchen)
ลูก
26–40 รู
พลาสติกผิวเรียบเนื้อเดียว เส้นผ่านศูนย์กลาง 7.29–7.54 ซม. น้ำหนัก 22.1–26.5 กรัม
แพดเดิล
≤ 61 ซม. รวม
ความยาว + ความกว้าง รวมกันไม่เกิน 24 นิ้ว และยาวไม่เกิน 43.2 ซม. (17 นิ้ว) ผิวต้องเรียบ ไม่มีรูหรือสปริง ไม่จำกัดน้ำหนักและความหนา
การแต่งกาย
รองเท้ากีฬา
แต่งกายได้อิสระตามความเหมาะสม รายการแข่งอาจกำหนดห้ามสีเสื้อกลืนกับสีลูกที่ใช้แข่ง
หมวด 3

คำศัพท์ที่ต้องรู้

อ่านหมวดถัดไปให้รู้เรื่อง ต้องรู้จักคำเหล่านี้ก่อน

วอลเลย์ · Volley
การตีลูกกลางอากาศก่อนที่ลูกจะเด้งพื้น ทำได้ทุกจุดของสนาม ยกเว้นขณะแตะเขตห้ามวอลเลย์
กราวด์สโตรก · Groundstroke
การตีลูกหลังจากลูกเด้งพื้นแล้ว 1 ครั้ง
ดิงก์ · Dink
ลูกหยอดเบา ๆ ที่โยนข้ามเน็ตให้ตกในเขตห้ามวอลเลย์ฝั่งตรงข้าม — อาวุธหลักของเกมหน้าเน็ต
แรลลี่ · Rally
การโต้ลูกต่อเนื่องตั้งแต่เสิร์ฟจนกว่าจะเกิดฟอลต์หรือลูกตาย
ฟอลต์ · Fault
การทำผิดกติกาใด ๆ ที่ทำให้แรลลี่จบลง ฝ่ายที่ทำฟอลต์จะเสียแต้มหรือเสียสิทธิ์เสิร์ฟ
ลูกตาย · Dead Ball
ลูกที่ไม่อยู่ในการเล่นแล้ว เช่น หลังเกิดฟอลต์ หรือหลังการขานลูกออก
ไซด์เอาต์ · Side Out
การที่สิทธิ์เสิร์ฟย้ายจากทีมหนึ่งไปอีกทีมหนึ่ง หลังผู้เสิร์ฟของทีมนั้นเสียแรลลี่ครบทุกคน
เขตห้ามวอลเลย์ / ครัว · Non-Volley Zone · Kitchen
พื้นที่ลึก 2.13 ม. จากเน็ตทั้งสองฝั่ง ห้ามวอลเลย์ขณะสัมผัสโซนนี้ — รายละเอียดเต็มอยู่หมวด 8
วอลเลย์เสิร์ฟ · Volley Serve
การเสิร์ฟโดยตีลูกกลางอากาศจากมือที่ปล่อย ต้องตีใต้ระดับเอวตามเงื่อนไขหมวด 4
ดรอปเสิร์ฟ · Drop Serve
การเสิร์ฟโดยปล่อยลูกให้ตกพื้นแล้วตีหลังลูกเด้ง — เงื่อนไขน้อยกว่าวอลเลย์เสิร์ฟ
ATP · Around the Post
การตีลูกอ้อมเสาเน็ตกลับเข้าสนาม โดยลูกไม่ต้องข้ามเหนือเน็ต — ถูกกติกา
เอิร์น · Erne
การวอลเลย์โดยกระโดดข้ามมุมครัวหรือยืนนอกเส้นข้าง เพื่อเลี่ยงการแตะเขตห้ามวอลเลย์ — ถูกกติกาถ้าทำถูกเงื่อนไข
หมวด 4

การเสิร์ฟ

เสิร์ฟได้ครั้งเดียว ไม่มีเสิร์ฟสำรองแบบเทนนิส — และต้องเสิร์ฟ "โยนขึ้น" ไม่ใช่ตบลง

  1. 4.1
    ทิศทางการเสิร์ฟ

    ต้องเสิร์ฟทแยงมุมไปยังคอร์ตเสิร์ฟฝั่งตรงข้าม ลูกต้องข้ามเขตห้ามวอลเลย์ไปทั้งหมด — ลูกเสิร์ฟที่ตกบนเส้นเขตห้ามวอลเลย์ถือว่าเสีย แต่ตกบนเส้นหลัง เส้นข้าง หรือเส้นกลางของคอร์ตเสิร์ฟถือว่าดี

  2. 4.2
    วอลเลย์เสิร์ฟ — เงื่อนไข 3 ข้อ ต้อง "ชัดเจน" ทุกข้อ

    การเสิร์ฟแบบตีลูกกลางอากาศ ต้องครบทั้งสามข้อพร้อมกันขณะสัมผัสลูก และ rulebook 2026 เพิ่มมาตรฐานว่าทุกข้อต้องเห็นได้อย่างชัดเจน (clearly) เพื่อให้บังคับใช้ได้จริง:

    • แพดเดิลต้องกำลังเคลื่อนขึ้นเป็นวงโค้งอย่างชัดเจน (ปี 2026 เปลี่ยนจากเดิมที่วัดที่ "แขน" มาเป็นวัดที่ตัวแพดเดิล)
    • จุดสัมผัสลูกต้องอยู่ไม่สูงกว่าระดับเอวอย่างชัดเจน
    • จุดสูงสุดของหัวแพดเดิลต้องไม่สูงกว่าข้อมือของมือที่จับอย่างชัดเจน
  3. 4.3
    ดรอปเสิร์ฟ — ทางเลือกที่ง่ายกว่า

    ปล่อยลูกจากมือหรือแพดเดิลโดยไม่โยนขึ้นและไม่ปาลง ให้ตกพื้นด้วยแรงโน้มถ่วงล้วน ๆ แล้วตีหลังลูกเด้ง (เด้งกี่ครั้งก็ได้ ตกตรงไหนก็ได้) — เมื่อใช้ดรอปเสิร์ฟ เงื่อนไข 3 ข้อของข้อ 4.2 ไม่บังคับใช้

  4. 4.4
    ตำแหน่งเท้า

    ขณะสัมผัสลูก ต้องมีเท้าอย่างน้อยหนึ่งข้างแตะพื้นหลังเส้นหลัง และห้ามเท้าแตะสนามหรือเส้นหลัง ห้ามแตะพื้นนอกแนวต่อขยายจินตภาพของเส้นข้างและเส้นกลาง

  5. 4.5
    เสิร์ฟติดเน็ตไม่ต้องเสิร์ฟใหม่

    ลูกเสิร์ฟที่เฉี่ยวเน็ตแล้วตกลงในคอร์ตเสิร์ฟที่ถูกต้อง เป็นลูกดี เล่นต่อทันที (กติกา "let serve" ถูกยกเลิกตั้งแต่ปี 2021)

  6. 4.6
    ห้ามปั่นลูกตอนปล่อย — แต่ใส่สปินด้วยแพดเดิลได้

    ห้ามใช้มือ ร่างกาย หรือแพดเดิล ปั่นหมุนลูกขณะปล่อยลูก (spin serve ด้วยมือถูกแบนตั้งแต่ปี 2023) แต่ rulebook 2026 เขียนไว้ชัดว่า ใส่สปินด้วยหน้าแพดเดิลตอนตีกระทบลูกได้ตามปกติ — ข้อนี้เป็นหนึ่งในกฎที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด: ห้ามเฉพาะสปินจากมือตอนปล่อย ไม่ได้ห้ามสปินจากการตี

  7. 4.7
    กติกา 10 วินาที

    เมื่อขานคะแนนแล้ว ผู้เสิร์ฟต้องเสิร์ฟภายใน 10 วินาที ฝ่าฝืนเป็นฟอลต์ — ในทางกลับกัน ผู้เสิร์ฟก็ห้ามเสิร์ฟก่อนขานคะแนนจบ

  8. 4.8
    มีโอกาสเดียว

    เสิร์ฟเสีย = เสียสิทธิ์เสิร์ฟทันที ไม่มีลูกสอง (second serve) เหมือนเทนนิส

หมวด 5

ลำดับการเสิร์ฟ

ระบบ "ผู้เสิร์ฟ 2 คน" ของประเภทคู่ คือส่วนที่มือใหม่งงที่สุด — อ่านช้า ๆ ตรงนี้

  1. 5.1
    เริ่มเสิร์ฟจากฝั่งขวาเสมอ

    ทุกครั้งที่ทีมได้สิทธิ์เสิร์ฟใหม่ ผู้เล่นฝั่งขวา (มองจากฝั่งตัวเอง) เป็นผู้เสิร์ฟก่อน และเสิร์ฟจากฝั่งขวาเมื่อคะแนนทีมตัวเองเป็นเลขคู่ (0, 2, 4, …) ฝั่งซ้ายเมื่อเป็นเลขคี่ (1, 3, 5, …)

  2. 5.2
    ชนะแรลลี่ → สลับฝั่งกับคู่ขา

    เมื่อฝ่ายเสิร์ฟได้คะแนน ผู้เสิร์ฟคนเดิมสลับฝั่งซ้าย-ขวากับคู่ขา แล้วเสิร์ฟต่อไปยังคอร์ตทแยงมุมใหม่ ฝ่ายรับไม่สลับฝั่งเด็ดขาด — ฝ่ายรับจะขยับก็ต่อเมื่อทีมตัวเองได้สิทธิ์เสิร์ฟและทำคะแนนได้เท่านั้น

  3. 5.3
    เสียแรลลี่ → ส่งต่อผู้เสิร์ฟคนที่ 2

    เมื่อผู้เสิร์ฟคนแรกเสียแรลลี่ สิทธิ์เสิร์ฟยังไม่หลุดจากทีม แต่ย้ายไปที่คู่ขา (ผู้เสิร์ฟหมายเลข 2) ซึ่งเสิร์ฟจากฝั่งที่ตัวเองยืนอยู่ตอนนั้น เมื่อผู้เสิร์ฟคนที่ 2 เสียแรลลี่อีก จึงเป็น side out — สิทธิ์เสิร์ฟย้ายไปทีมตรงข้าม

  4. 5.4
    ข้อยกเว้นตอนเปิดเกม

    เฉพาะลำดับเสิร์ฟแรกของแต่ละเกม ทีมที่เริ่มเสิร์ฟมีผู้เสิร์ฟได้คนเดียว (นับเป็นผู้เสิร์ฟหมายเลข 2 ทันที) เพื่อลดความได้เปรียบของทีมที่ได้เสิร์ฟก่อน — เป็นที่มาของการขานคะแนนเปิดเกมว่า "ศูนย์–ศูนย์–สอง" (0-0-2)

  5. 5.5
    ประเภทเดี่ยว

    ไม่มีผู้เสิร์ฟหมายเลข 2 — เสียแรลลี่คือ side out ทันที ตำแหน่งเสิร์ฟใช้หลักเดียวกัน: คะแนนตัวเองเลขคู่เสิร์ฟจากฝั่งขวา เลขคี่จากฝั่งซ้าย

  6. 5.6
    เสิร์ฟผิดคน / ผิดฝั่ง

    ถ้าตรวจพบก่อนเสิร์ฟ ให้แก้ไขโดยไม่มีบทลงโทษ ถ้าเสิร์ฟไปแล้วถือเป็นฟอลต์ของฝ่ายเสิร์ฟ (ในเกมมีกรรมการ กรรมการเป็นผู้หยุดเล่น)

หมวด 6

การนับคะแนนและการขานคะแนน

ประเภทคู่ขานเลขสามตัวก่อนเสิร์ฟทุกครั้ง — นี่คือความหมายของแต่ละตัว

4
คะแนนทีมผู้เสิร์ฟ
2
คะแนนทีมผู้รับ
1
ผู้เสิร์ฟหมายเลข 1 หรือ 2 ของทีม

ตัวอย่าง: "สี่–สอง–หนึ่ง" = ทีมเสิร์ฟได้ 4 ทีมรับได้ 2 และคนที่กำลังเสิร์ฟคือผู้เสิร์ฟคนแรกของรอบนี้

  1. 6.1
    ขานคะแนนตัวเองก่อนเสมอ

    ผู้เสิร์ฟขานคะแนนทีมตัวเองก่อน ตามด้วยคะแนนคู่แข่ง (ประเภทคู่ตามด้วยหมายเลขผู้เสิร์ฟ) ประเภทเดี่ยวขานแค่สองตัวเลข

  2. 6.2
    เช็กตำแหน่งด้วยคะแนนตัวเอง

    จำง่าย ๆ: คะแนนทีมคู่ = ผู้เสิร์ฟคนแรกของเกมอยู่ฝั่งขวา ถ้าเห็นเพื่อนที่เปิดเกมฝั่งขวายืนฝั่งซ้ายทั้งที่คะแนนทีมเป็นเลขคู่ แปลว่ายืนผิดตำแหน่ง

  3. 6.3
    ขานคะแนนผิดทำอย่างไร

    ผู้เล่นทุกคนมีสิทธิ์หยุดเล่นเพื่อขอแก้คะแนน ก่อนที่ฝ่ายรับจะตีลูกเสิร์ฟกลับและก่อนลูกตาย ถ้าคะแนนที่ขานผิดจริงให้เล่นแรลลี่ใหม่พร้อมขานคะแนนที่ถูก แต่มีฟอลต์ 2 กรณี: หยุดเล่นแล้วปรากฏว่าคะแนนที่ขานถูกอยู่แล้ว หรือหยุดเล่นหลังลูกเสิร์ฟถูกตีกลับไปแล้ว — ถ้าแรลลี่เล่นจบไปทั้งที่ขานผิด ผลแรลลี่นั้นถือเป็นอันสิ้นสุด แล้วค่อยแก้คะแนนก่อนเสิร์ฟถัดไป

  4. 6.4
    Rally Scoring — ระบบทดลองปี 2026

    Rulebook 2026 ให้ rally scoring (ได้แต้มทุกแรลลี่ไม่ว่าฝ่ายไหนเสิร์ฟ) เป็นรูปแบบทดลอง (provisional) ที่ผู้จัดการแข่งขันเลือกใช้ได้ ยกเว้นรายการประเภทคู่แบบแพ้สองครั้งตกรอบ รายการ Golden Ticket และ National Championship — และจุดที่เปลี่ยนจากปี 2025 คือ ในระบบนี้ฝ่ายรับก็ปิดเกมได้ ไม่ต้องรอให้ได้สิทธิ์เสิร์ฟก่อน ส่วนระบบหลักของเกมทั่วไปยังเป็น side-out scoring ตามที่อธิบายในหน้านี้ USAP จะตัดสินอนาคตของ rally scoring ในปี 2027

  5. 6.5
    ข้อยกเว้นเดียวที่ฝ่ายรับชนะเกมได้ในระบบปกติ

    ปี 2026 เขียนกฎ "ผู้ชนะเกม" ใหม่ให้ครอบคลุมกรณีพิเศษ: ถ้าฝ่ายเสิร์ฟโดนเทคนิคัลฟาวล์ขณะที่ฝ่ายรับอยู่ห่างจากชัยชนะ 1 คะแนน คะแนนที่ถูกยกให้จากฟาวล์นั้นทำให้ฝ่ายรับชนะเกมได้ทันทีโดยไม่ต้องเสิร์ฟเอง

หมวด 7

กติกาตีสองเด้ง

Two-Bounce Rule — กติกาที่ทำให้พิกเคิลบอลไม่กลายเป็นเกมเสิร์ฟแล้ววิ่งขึ้นตบ

1
ลูกเสิร์ฟ — ต้องเด้งก่อน
ฝ่ายรับห้ามวอลเลย์ลูกเสิร์ฟ ต้องปล่อยให้ลูกเด้งพื้น 1 ครั้งก่อนตีกลับ
2
ลูกโต้กลับแรก — ต้องเด้งอีก
ฝ่ายเสิร์ฟก็ห้ามวอลเลย์ลูกที่โต้กลับมาลูกแรกเช่นกัน ต้องปล่อยให้เด้งก่อน 1 ครั้ง
3
จากนั้น — วอลเลย์ได้อิสระ
ครบสองเด้งแล้ว ทั้งสองฝ่ายเลือกได้ว่าจะวอลเลย์หรือรอให้เด้ง (ภายใต้กติกาครัวหมวด 8)

ฝ่าฝืนข้อใดข้อหนึ่ง = ฟอลต์ทันที กติกานี้บังคับให้ฝ่ายเสิร์ฟต้องถอยรอหลังเส้น และเปิดโอกาสให้ฝ่ายรับวิ่งขึ้นหน้าเน็ตก่อน — เป็นเหตุผลว่าทำไมฝ่ายรับจึงได้เปรียบเชิงตำแหน่งในพิกเคิลบอล

หมวด 8

เขตห้ามวอลเลย์ (ครัว)

กติกาที่ถูกทำผิดบ่อยที่สุดในกีฬานี้ อ่านทุกข้อ — โดยเฉพาะเรื่องโมเมนตัม

  1. 8.1
    หลักการเดียวที่ต้องจำ

    ห้ามวอลเลย์ขณะที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสเขตห้ามวอลเลย์ รวมถึงเส้นที่ล้อมโซนทุกเส้น — เหยียบเส้นครัวแล้ววอลเลย์คือฟอลต์

  2. 8.2
    ครัวห้ามเฉพาะ "วอลเลย์" ไม่ได้ห้ามเข้า

    เข้าไปยืนในครัวได้ตลอดเวลา นานแค่ไหนก็ได้ และตีลูกที่เด้งแล้วจากในครัวได้เสมอ — ลูกดิงก์ที่ตกในครัวจึงต้องวิ่งเข้าไปเล่นเป็นเรื่องปกติ

  3. 8.3
    โมเมนตัมคือกับดัก

    หลังวอลเลย์ ถ้าแรงส่งของการตีพาตัวคุณ (หรือสิ่งที่สวมใส่/ถืออยู่) ไปแตะครัว เป็นฟอลต์ทันที แม้ลูกจะตายไปแล้วก็ตาม เช่น ตบลูกจบแรลลี่ไปแล้ว แต่เซถลาไปเหยียบเส้นครัว — ฟอลต์ เสียแรลลี่นั้นย้อนหลัง

  4. 8.4
    อุปกรณ์และเสื้อผ้านับหมด

    ขณะวอลเลย์ ถ้าแพดเดิล หมวก แว่น กุญแจ หรืออะไรก็ตามที่อยู่กับตัวหล่นหรือแตะครัว = ฟอลต์เช่นเดียวกับตัวคุณแตะเอง

  5. 8.5
    ออกจากครัวต้องออกให้ขาด

    หลังจากแตะครัว จะวอลเลย์ได้อีกครั้งต่อเมื่อเท้าทั้งสองข้างสัมผัสพื้นนอกครัวแล้ว — กระโดดจากในครัวขึ้นไปวอลเลย์กลางอากาศก็ยังฟอลต์ เพราะเท้ายังไม่เคยแตะพื้นนอกโซน

  6. 8.6
    คู่ขาช่วยได้

    คู่ขาสามารถจับตัวดึงคุณไว้ไม่ให้เซเข้าครัวหลังวอลเลย์ได้ — ถูกกติกา ตราบใดที่คุณไม่แตะโซนก่อน

  7. 8.7
    เหนือครัวไม่ใช่ครัว

    อากาศเหนือเขตห้ามวอลเลย์ไม่นับเป็นโซน — เอื้อมแพดเดิลข้ามไปวอลเลย์เหนือครัวได้ ตราบใดที่ไม่มีอะไรของคุณสัมผัสพื้นหรือเส้นของโซน (นี่คือหลักที่ทำให้ลูก Erne ถูกกติกา)

หมวด 9

การขานเส้น

ลูกดี ลูกออก ใครมีสิทธิ์ตัดสิน และต้องขานเมื่อไหร่

  1. 9.1
    แตะเส้น = ลูกดี

    ลูกที่สัมผัสเส้นใด ๆ ของสนามถือว่าดี ยกเว้นกรณีเดียว: ลูกเสิร์ฟที่แตะเส้นเขตห้ามวอลเลย์ถือว่าเสีย (ดูข้อ 4.1)

  2. 9.2
    ขานเส้นฝั่งตัวเอง

    ในเกมไม่มีกรรมการ ผู้เล่นแต่ละฝ่ายขานลูกที่ตกในแดนตัวเอง คำขานของฝ่ายนั้นถือเป็นที่สุด — และเมื่อไม่แน่ใจ ต้องให้ลูกเป็น "ดี" ห้ามขานออกด้วยความรู้สึก

  3. 9.3
    ขานให้ทัน — เกณฑ์ใหม่ปี 2026

    แยกเป็นสองกรณี: ถ้าคุณตีลูกโต้กลับไปแล้ว ต้องขาน "ออก" ก่อนคู่แข่งตีลูกต่อหรือก่อนลูกตาย ไม่ทันคือเล่นต่อ แต่ถ้าคุณไม่ได้ตีโต้กลับ การขานออกที่ทำทันทีจะถูกนับ แม้ลูกจะตายไปแล้วก็ตาม (ปี 2026 ตัดกติกาเดิมที่ยอมให้ขานได้จนถึงก่อนเสิร์ฟถัดไปทิ้ง เพื่อกันการถ่วงเกม) — และถ้าเสียงขาน "ออก" ดังก่อนลูกตกพื้น ถือเป็นเพียงการสื่อสารระหว่างคู่ขา ไม่ใช่คำตัดสิน

  4. 9.4
    เห็นต่างกับคู่ขาตัวเอง

    ถ้าคู่ขาสองคนขานไม่ตรงกัน (คนหนึ่งว่าออก อีกคนว่าดี) ความสงสัยตกเป็นประโยชน์ของคู่แข่ง — ลูกนั้นถือว่าดี

  5. 9.5
    ขอความเห็นอีกฝ่ายได้

    ผู้เล่นขอให้ฝ่ายตรงข้ามช่วยตัดสินลูกในแดนตัวเองได้ และถ้าอีกฝ่ายเห็นชัด คำตอบนั้นถือเป็นที่สุด — ถ้าอีกฝ่ายก็ไม่เห็นชัด ลูกถือว่าดี

  6. 9.6
    ห้ามถามผู้ชมเด็ดขาด

    ปี 2026 ยกระดับจาก "ไม่ควร" เป็น "ต้องไม่" ปรึกษาผู้ชมในการตัดสินใด ๆ ทั้งสิ้น — ในเกมมีกรรมการ การฝ่าฝืนอาจโดนตักเตือนไปจนถึงเทคนิคัลฟาวล์

หมวด 10

ฟอลต์ทั้งหมด

ทุกเหตุการณ์ที่ทำให้แรลลี่จบ — ฝ่ายเสิร์ฟทำฟอลต์เสียสิทธิ์เสิร์ฟ ฝ่ายรับทำฟอลต์เสียคะแนน

ตีลูกออกนอกสนาม
ลูกตกนอกเส้นสนามฝั่งตรงข้าม หรือลอดใต้เน็ต / ผ่านช่องระหว่างเน็ตกับเสา — แต่ถ้าลูกเด้งลงในแดนคู่แข่งแล้วค่อยไปโดนเสาเน็ตหรือวัตถุถาวร (กฎใหม่ 2026) ฝ่ายตีเป็นผู้ชนะแรลลี่ เพราะถือว่าอีกฝ่ายรับไม่ทันเอง
ตีลูกติดเน็ต
ลูกไม่ข้ามเน็ตไปแดนตรงข้าม (ยกเว้นเสิร์ฟเฉี่ยวเน็ตแล้วลงคอร์ตถูก — ลูกดี)
ปล่อยลูกเด้งสองครั้ง
ลูกเด้งพื้นฝั่งตัวเองเกิน 1 ครั้งก่อนถูกตี
ผิดกติกาตีสองเด้ง
วอลเลย์ลูกเสิร์ฟ หรือวอลเลย์ลูกโต้กลับแรก (หมวด 7)
ผิดกติกาเขตห้ามวอลเลย์
วอลเลย์ขณะแตะครัว หรือโมเมนตัมพาเข้าครัวหลังวอลเลย์ (หมวด 8)
เสิร์ฟผิดเงื่อนไข
เสิร์ฟลงผิดคอร์ต แตะเส้นครัว ผิดฟอร์มการเสิร์ฟ ผิดตำแหน่งเท้า หรือเกิน 10 วินาที (หมวด 4)
ลูกโดนตัวผู้เล่น
ลูกในการเล่นสัมผัสตัวผู้เล่นหรือสิ่งที่สวมใส่ = ฟอลต์ของผู้เล่นคนนั้น ยกเว้นลูกโดนมือข้างที่จับแพดเดิลต่ำกว่าข้อมือ — ถือเป็นการตีที่ถูกกติกา
แตะเน็ต เสา หรือแดนตรงข้าม
ผู้เล่น เสื้อผ้า หรือแพดเดิล แตะเน็ต/เสาเน็ต หรือข้ามไปแตะพื้นแดนคู่แข่งขณะลูกยังไม่ตาย
ตีลูกก่อนข้ามเน็ต
เอื้อมข้ามระนาบเน็ตไปตีลูกในแดนคู่แข่ง — ตีได้เฉพาะเมื่อลูกข้ามระนาบเน็ตมาแล้ว (ยกเว้นการตีตามลูกที่เด้งฝั่งเราแล้วสปินย้อนกลับข้ามเน็ตไปเอง)
ตีมากกว่าหนึ่งจังหวะ
การตีโดนลูกมากกว่าหนึ่งครั้ง (สองหรือสามครั้งก็ตาม — ปี 2026 ขยายให้ครอบคลุม) ถูกกติกาเฉพาะเมื่อเกิดในสวิงเดียวต่อเนื่องทิศทางเดียวโดยผู้เล่นคนเดียว — สวิงไม่ต่อเนื่องหรือคู่ขาตีต่อ = ฟอลต์
ลูกสำรองโผล่ให้เห็นหรือหล่น
กฎใหม่ 2026: ลูกสำรองที่พกไว้ต้องมองไม่เห็นจากคู่แข่งและอยู่กับตัวตลอดแรลลี่ — แค่โผล่ให้เห็นระหว่างลูกยังไม่ตาย หรือหล่นลงพื้น ก็เป็นฟอลต์ทันที
เสิร์ฟ/รับผิดคน ผิดตำแหน่ง
เสิร์ฟผิดคิว รับลูกเสิร์ฟแทนคู่ขา หรือยืนผิดคอร์ต แล้วเล่นลูกไปแล้ว (หมวด 5)
หยุดเล่นโดยไม่มีเหตุ
ขานลูกออกผิด หยุดเล่นอ้างขัดขวางโดยไม่สมเหตุผล หรือหยุดแก้คะแนนที่ขานถูกอยู่แล้ว
หมวด 11

ลูกตายและการหยุดเกม

เมื่อไหร่เล่นใหม่ เมื่อไหร่เสียแต้ม และขอเวลานอกได้แค่ไหน

  1. 11.1
    ลูกตายเกิดเมื่อ

    เกิดฟอลต์ · ลูกตกพื้นแล้วถูกขานออก · ลูกไปโดนสิ่งกีดขวางถาวร (เพดาน ตาข่ายกั้น) · กรรมการหรือผู้เล่นขานหยุดเล่นอย่างถูกต้อง — หลังลูกตาย เหตุการณ์ใด ๆ ไม่นับเป็นฟอลต์อีก ยกเว้นฟอลต์โมเมนตัมครัว (ข้อ 8.3) ซึ่งนับย้อนได้

  2. 11.2
    การขัดขวาง (Hinder) → เล่นแรลลี่ใหม่

    ถ้ามีสิ่งรบกวนที่อยู่นอกการควบคุมของผู้เล่นกระทบการเล่น เช่น ลูกจากคอร์ตข้าง ๆ กลิ้งเข้ามา ให้ผู้เล่นขานหยุดทันทีและเล่นแรลลี่นั้นใหม่ — การขานต้องเกิดทันทีและต้องเป็นเหตุที่กระทบการเล่นจริง ขานลอย ๆ หลังตีพลาดไม่ได้

  3. 11.3
    ไทม์เอาต์ปกติ

    ทีมละ 2 ครั้งต่อเกม ครั้งละไม่เกิน 1 นาที (เกมที่เล่นถึง 21 คะแนนได้ 3 ครั้ง) ขอได้เฉพาะระหว่างแรลลี่ก่อนลูกเสิร์ฟถัดไปจะออก และปี 2026 กำหนดเพิ่มว่าต้องขอให้ได้ยินด้วยเสียงหรือเห็นด้วยสัญญาณมือต่อคู่แข่งและกรรมการ — ขอไทม์เอาต์หลังลูกเสิร์ฟออกไปแล้วเป็นฟอลต์ เวลาเหลือใช้ไม่หมดไม่ทบไปเกมถัดไป

  4. 11.4
    ไทม์เอาต์บาดเจ็บ

    ผู้เล่นขอเวลานอกทางการแพทย์ได้ 1 ครั้งต่อแมตช์ ไม่เกิน 15 นาที หากพ้นเวลาแล้วเล่นต่อไม่ได้ถือว่าสละสิทธิ์แมตช์นั้น

  5. 11.5
    พักระหว่างเกม

    พักระหว่างเกมได้ 2 นาที และการสลับแดนกลางเกมตัดสิน (ที่คะแนน 6) ไม่ใช่เวลาพัก — เปลี่ยนฝั่งแล้วเล่นต่อทันที

  6. 11.6
    อุปกรณ์มีปัญหา

    เปลี่ยนแพดเดิลหรือแก้ปัญหาอุปกรณ์ได้ในช่วงลูกตายโดยไม่ต้องใช้ไทม์เอาต์ ถ้าทำได้อย่างรวดเร็วตามสมควร ลูกแตกหรือนิ่มผิดปกติระหว่างแรลลี่ ให้เล่นจนจบแรลลี่ก่อนแล้วจึงเปลี่ยนลูก

หมวด 12

มารยาทในการเล่น

สิ่งที่ rulebook เขียนไว้ในบทแรกสุด ไม่ใช่บทสุดท้าย

  1. 12.1

    ขานคะแนนให้ดังและชัดก่อนเสิร์ฟทุกครั้ง — เพื่อคู่แข่ง ไม่ใช่เพื่อตัวเอง

  2. 12.2

    เรียกฟอลต์ของตัวเองด้วย เช่น แตะครัวขณะวอลเลย์ หรือลูกโดนตัว — แม้อีกฝ่ายจะมองไม่เห็น

  3. 12.3

    ส่งลูกคืนให้ฝ่ายเสิร์ฟแบบที่รับได้สะดวก ไม่ตีทิ้งไปอีกทาง

  4. 12.4

    ลูกจากคอร์ตอื่นกลิ้งเข้ามา ให้ขาน "บอล!" ดัง ๆ ทันทีเพื่อความปลอดภัยของทุกคน แล้วเล่นแรลลี่ใหม่

  5. 12.5

    จบเกมแตะแพดเดิลกันที่เน็ต — ธรรมเนียมของกีฬานี้ตั้งแต่วันแรกจนถึงคอร์ตแข่งระดับโลก

รู้กติกาแล้ว ลงคอร์ทเลย

ค้นหาคอร์ทพิกเคิลบอลใกล้คุณ แล้วจองออนไลน์ได้ทันที

จองคอร์ทพิกเคิลบอล

หน้านี้เรียบเรียงขึ้นใหม่เป็นภาษาไทยตามโครงสร้างและสาระของ USA Pickleball Official Rulebook ฉบับปี 2026 โดยตรวจทานกับเอกสารการเปลี่ยนแปลงกติกาทางการปี 2026 ของ USAP (ประกาศ 17 ธันวาคม 2025) แล้ว เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการและไม่มีผลผูกพันในการแข่งขัน กรณีต้องอ้างอิงในการแข่งขัน ให้ยึดต้นฉบับภาษาอังกฤษที่ usapickleball.org เป็นหลัก

กติกามีการปรับปรุงทุกปี (ฉบับ 2027 จะประกาศราวกลางเดือนธันวาคม 2026) — อัปเดตหน้านี้ล่าสุด: 8 กรกฎาคม 2026