เรียบเรียงใหม่เป็นภาษาไทยตามโครงสร้างของ USA Pickleball Official Rulebook ฉบับปี 2026 ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน — ตั้งแต่ขนาดสนามจนถึงมารยาทในเกม อ่านจบ ลงคอร์ทได้เลย
12 หมวด เรียงตามลำดับการเรียนรู้จริง
สรุปจากเอกสารการเปลี่ยนแปลงทางการของ USA Pickleball (ประกาศ 17 ธ.ค. 2025 มีผล 1 ม.ค. 2026) — ทุกข้อถูกอัปเดตเข้าเนื้อหาหมวดที่เกี่ยวข้องในหน้านี้แล้ว
ยังมีการเปลี่ยนแปลงย่อยด้านการจัดการแข่งขันและบทลงโทษอีกหลายข้อ เช่น กรรมการลงโทษได้ตั้งแต่ช่วงวอร์มอัป ห้ามถามผู้ชมเด็ดขาด และการถอนคำขอไทม์เอาต์แพทย์ — ดูฉบับเต็มได้ที่ เอกสารการเปลี่ยนแปลง 2026 ของ USAP ↗
พิกเคิลบอลคือกีฬาแรกเกตที่รวมข้อดีของแบดมินตัน เทนนิส และปิงปองไว้ในสนามเดียว
เล่นได้ทั้งประเภทเดี่ยว (1 ต่อ 1) และประเภทคู่ (2 ต่อ 2) โดยใช้สนามขนาดเดียวกันทั้งสองประเภท กติกาเกือบทั้งหมดเหมือนกัน ต่างกันเฉพาะลำดับการเสิร์ฟและการขานคะแนน
ตีลูกข้ามเน็ตให้ลงในสนามฝั่งตรงข้าม จนกว่าอีกฝ่ายจะทำผิดกติกา (ฟอลต์) เช่น ตีลูกออก ตีติดเน็ต หรือปล่อยให้ลูกเด้งเกิน 1 ครั้ง
เฉพาะฝ่ายเสิร์ฟเท่านั้นที่ทำคะแนนได้ หากฝ่ายรับชนะแรลลี่ จะไม่ได้คะแนน แต่ได้สิทธิ์เสิร์ฟกลับมาแทน (เรียกว่า side out) นี่คือหัวใจของระบบคะแนนแบบดั้งเดิมที่ใช้ในกติกาทางการ
เกมมาตรฐานเล่นถึง 11 คะแนน และต้องชนะห่างอย่างน้อย 2 คะแนน เช่น 11–9 จบเกม แต่ 11–10 ต้องเล่นต่อจนกว่าจะห่าง 2 (12–10, 13–11, …) การแข่งขันบางรายการอาจกำหนดเกมละ 15 หรือ 21 คะแนน ซึ่งยังคงหลักชนะห่าง 2 เหมือนเดิม
โดยทั่วไปหนึ่งแมตช์แข่งแบบชนะ 2 ใน 3 เกม ทีมจะสลับแดนเมื่อจบแต่ละเกม และในเกมตัดสิน (เกมที่ 3) สลับแดนเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำได้ 6 คะแนน
ในเกมที่ไม่มีกรรมการ ผู้เล่นเป็นผู้ตัดสินเส้นในฝั่งของตัวเอง และ rulebook กำหนดหลักไว้ชัดเจนว่า เมื่อไม่แน่ใจ ให้ยกประโยชน์ให้คู่แข่งเสมอ
สนามเท่าแบดมินตัน เน็ตเตี้ยกว่าเทนนิส และโซน 7 ฟุตหน้าเน็ตที่เปลี่ยนทุกอย่าง
อ่านหมวดถัดไปให้รู้เรื่อง ต้องรู้จักคำเหล่านี้ก่อน
เสิร์ฟได้ครั้งเดียว ไม่มีเสิร์ฟสำรองแบบเทนนิส — และต้องเสิร์ฟ "โยนขึ้น" ไม่ใช่ตบลง
ต้องเสิร์ฟทแยงมุมไปยังคอร์ตเสิร์ฟฝั่งตรงข้าม ลูกต้องข้ามเขตห้ามวอลเลย์ไปทั้งหมด — ลูกเสิร์ฟที่ตกบนเส้นเขตห้ามวอลเลย์ถือว่าเสีย แต่ตกบนเส้นหลัง เส้นข้าง หรือเส้นกลางของคอร์ตเสิร์ฟถือว่าดี
การเสิร์ฟแบบตีลูกกลางอากาศ ต้องครบทั้งสามข้อพร้อมกันขณะสัมผัสลูก และ rulebook 2026 เพิ่มมาตรฐานว่าทุกข้อต้องเห็นได้อย่างชัดเจน (clearly) เพื่อให้บังคับใช้ได้จริง:
ปล่อยลูกจากมือหรือแพดเดิลโดยไม่โยนขึ้นและไม่ปาลง ให้ตกพื้นด้วยแรงโน้มถ่วงล้วน ๆ แล้วตีหลังลูกเด้ง (เด้งกี่ครั้งก็ได้ ตกตรงไหนก็ได้) — เมื่อใช้ดรอปเสิร์ฟ เงื่อนไข 3 ข้อของข้อ 4.2 ไม่บังคับใช้
ขณะสัมผัสลูก ต้องมีเท้าอย่างน้อยหนึ่งข้างแตะพื้นหลังเส้นหลัง และห้ามเท้าแตะสนามหรือเส้นหลัง ห้ามแตะพื้นนอกแนวต่อขยายจินตภาพของเส้นข้างและเส้นกลาง
ลูกเสิร์ฟที่เฉี่ยวเน็ตแล้วตกลงในคอร์ตเสิร์ฟที่ถูกต้อง เป็นลูกดี เล่นต่อทันที (กติกา "let serve" ถูกยกเลิกตั้งแต่ปี 2021)
ห้ามใช้มือ ร่างกาย หรือแพดเดิล ปั่นหมุนลูกขณะปล่อยลูก (spin serve ด้วยมือถูกแบนตั้งแต่ปี 2023) แต่ rulebook 2026 เขียนไว้ชัดว่า ใส่สปินด้วยหน้าแพดเดิลตอนตีกระทบลูกได้ตามปกติ — ข้อนี้เป็นหนึ่งในกฎที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด: ห้ามเฉพาะสปินจากมือตอนปล่อย ไม่ได้ห้ามสปินจากการตี
เมื่อขานคะแนนแล้ว ผู้เสิร์ฟต้องเสิร์ฟภายใน 10 วินาที ฝ่าฝืนเป็นฟอลต์ — ในทางกลับกัน ผู้เสิร์ฟก็ห้ามเสิร์ฟก่อนขานคะแนนจบ
เสิร์ฟเสีย = เสียสิทธิ์เสิร์ฟทันที ไม่มีลูกสอง (second serve) เหมือนเทนนิส
ระบบ "ผู้เสิร์ฟ 2 คน" ของประเภทคู่ คือส่วนที่มือใหม่งงที่สุด — อ่านช้า ๆ ตรงนี้
ทุกครั้งที่ทีมได้สิทธิ์เสิร์ฟใหม่ ผู้เล่นฝั่งขวา (มองจากฝั่งตัวเอง) เป็นผู้เสิร์ฟก่อน และเสิร์ฟจากฝั่งขวาเมื่อคะแนนทีมตัวเองเป็นเลขคู่ (0, 2, 4, …) ฝั่งซ้ายเมื่อเป็นเลขคี่ (1, 3, 5, …)
เมื่อฝ่ายเสิร์ฟได้คะแนน ผู้เสิร์ฟคนเดิมสลับฝั่งซ้าย-ขวากับคู่ขา แล้วเสิร์ฟต่อไปยังคอร์ตทแยงมุมใหม่ ฝ่ายรับไม่สลับฝั่งเด็ดขาด — ฝ่ายรับจะขยับก็ต่อเมื่อทีมตัวเองได้สิทธิ์เสิร์ฟและทำคะแนนได้เท่านั้น
เมื่อผู้เสิร์ฟคนแรกเสียแรลลี่ สิทธิ์เสิร์ฟยังไม่หลุดจากทีม แต่ย้ายไปที่คู่ขา (ผู้เสิร์ฟหมายเลข 2) ซึ่งเสิร์ฟจากฝั่งที่ตัวเองยืนอยู่ตอนนั้น เมื่อผู้เสิร์ฟคนที่ 2 เสียแรลลี่อีก จึงเป็น side out — สิทธิ์เสิร์ฟย้ายไปทีมตรงข้าม
เฉพาะลำดับเสิร์ฟแรกของแต่ละเกม ทีมที่เริ่มเสิร์ฟมีผู้เสิร์ฟได้คนเดียว (นับเป็นผู้เสิร์ฟหมายเลข 2 ทันที) เพื่อลดความได้เปรียบของทีมที่ได้เสิร์ฟก่อน — เป็นที่มาของการขานคะแนนเปิดเกมว่า "ศูนย์–ศูนย์–สอง" (0-0-2)
ไม่มีผู้เสิร์ฟหมายเลข 2 — เสียแรลลี่คือ side out ทันที ตำแหน่งเสิร์ฟใช้หลักเดียวกัน: คะแนนตัวเองเลขคู่เสิร์ฟจากฝั่งขวา เลขคี่จากฝั่งซ้าย
ถ้าตรวจพบก่อนเสิร์ฟ ให้แก้ไขโดยไม่มีบทลงโทษ ถ้าเสิร์ฟไปแล้วถือเป็นฟอลต์ของฝ่ายเสิร์ฟ (ในเกมมีกรรมการ กรรมการเป็นผู้หยุดเล่น)
ประเภทคู่ขานเลขสามตัวก่อนเสิร์ฟทุกครั้ง — นี่คือความหมายของแต่ละตัว
ตัวอย่าง: "สี่–สอง–หนึ่ง" = ทีมเสิร์ฟได้ 4 ทีมรับได้ 2 และคนที่กำลังเสิร์ฟคือผู้เสิร์ฟคนแรกของรอบนี้
ผู้เสิร์ฟขานคะแนนทีมตัวเองก่อน ตามด้วยคะแนนคู่แข่ง (ประเภทคู่ตามด้วยหมายเลขผู้เสิร์ฟ) ประเภทเดี่ยวขานแค่สองตัวเลข
จำง่าย ๆ: คะแนนทีมคู่ = ผู้เสิร์ฟคนแรกของเกมอยู่ฝั่งขวา ถ้าเห็นเพื่อนที่เปิดเกมฝั่งขวายืนฝั่งซ้ายทั้งที่คะแนนทีมเป็นเลขคู่ แปลว่ายืนผิดตำแหน่ง
ผู้เล่นทุกคนมีสิทธิ์หยุดเล่นเพื่อขอแก้คะแนน ก่อนที่ฝ่ายรับจะตีลูกเสิร์ฟกลับและก่อนลูกตาย ถ้าคะแนนที่ขานผิดจริงให้เล่นแรลลี่ใหม่พร้อมขานคะแนนที่ถูก แต่มีฟอลต์ 2 กรณี: หยุดเล่นแล้วปรากฏว่าคะแนนที่ขานถูกอยู่แล้ว หรือหยุดเล่นหลังลูกเสิร์ฟถูกตีกลับไปแล้ว — ถ้าแรลลี่เล่นจบไปทั้งที่ขานผิด ผลแรลลี่นั้นถือเป็นอันสิ้นสุด แล้วค่อยแก้คะแนนก่อนเสิร์ฟถัดไป
Rulebook 2026 ให้ rally scoring (ได้แต้มทุกแรลลี่ไม่ว่าฝ่ายไหนเสิร์ฟ) เป็นรูปแบบทดลอง (provisional) ที่ผู้จัดการแข่งขันเลือกใช้ได้ ยกเว้นรายการประเภทคู่แบบแพ้สองครั้งตกรอบ รายการ Golden Ticket และ National Championship — และจุดที่เปลี่ยนจากปี 2025 คือ ในระบบนี้ฝ่ายรับก็ปิดเกมได้ ไม่ต้องรอให้ได้สิทธิ์เสิร์ฟก่อน ส่วนระบบหลักของเกมทั่วไปยังเป็น side-out scoring ตามที่อธิบายในหน้านี้ USAP จะตัดสินอนาคตของ rally scoring ในปี 2027
ปี 2026 เขียนกฎ "ผู้ชนะเกม" ใหม่ให้ครอบคลุมกรณีพิเศษ: ถ้าฝ่ายเสิร์ฟโดนเทคนิคัลฟาวล์ขณะที่ฝ่ายรับอยู่ห่างจากชัยชนะ 1 คะแนน คะแนนที่ถูกยกให้จากฟาวล์นั้นทำให้ฝ่ายรับชนะเกมได้ทันทีโดยไม่ต้องเสิร์ฟเอง
Two-Bounce Rule — กติกาที่ทำให้พิกเคิลบอลไม่กลายเป็นเกมเสิร์ฟแล้ววิ่งขึ้นตบ
ฝ่าฝืนข้อใดข้อหนึ่ง = ฟอลต์ทันที กติกานี้บังคับให้ฝ่ายเสิร์ฟต้องถอยรอหลังเส้น และเปิดโอกาสให้ฝ่ายรับวิ่งขึ้นหน้าเน็ตก่อน — เป็นเหตุผลว่าทำไมฝ่ายรับจึงได้เปรียบเชิงตำแหน่งในพิกเคิลบอล
กติกาที่ถูกทำผิดบ่อยที่สุดในกีฬานี้ อ่านทุกข้อ — โดยเฉพาะเรื่องโมเมนตัม
ห้ามวอลเลย์ขณะที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสเขตห้ามวอลเลย์ รวมถึงเส้นที่ล้อมโซนทุกเส้น — เหยียบเส้นครัวแล้ววอลเลย์คือฟอลต์
เข้าไปยืนในครัวได้ตลอดเวลา นานแค่ไหนก็ได้ และตีลูกที่เด้งแล้วจากในครัวได้เสมอ — ลูกดิงก์ที่ตกในครัวจึงต้องวิ่งเข้าไปเล่นเป็นเรื่องปกติ
หลังวอลเลย์ ถ้าแรงส่งของการตีพาตัวคุณ (หรือสิ่งที่สวมใส่/ถืออยู่) ไปแตะครัว เป็นฟอลต์ทันที แม้ลูกจะตายไปแล้วก็ตาม เช่น ตบลูกจบแรลลี่ไปแล้ว แต่เซถลาไปเหยียบเส้นครัว — ฟอลต์ เสียแรลลี่นั้นย้อนหลัง
ขณะวอลเลย์ ถ้าแพดเดิล หมวก แว่น กุญแจ หรืออะไรก็ตามที่อยู่กับตัวหล่นหรือแตะครัว = ฟอลต์เช่นเดียวกับตัวคุณแตะเอง
หลังจากแตะครัว จะวอลเลย์ได้อีกครั้งต่อเมื่อเท้าทั้งสองข้างสัมผัสพื้นนอกครัวแล้ว — กระโดดจากในครัวขึ้นไปวอลเลย์กลางอากาศก็ยังฟอลต์ เพราะเท้ายังไม่เคยแตะพื้นนอกโซน
คู่ขาสามารถจับตัวดึงคุณไว้ไม่ให้เซเข้าครัวหลังวอลเลย์ได้ — ถูกกติกา ตราบใดที่คุณไม่แตะโซนก่อน
อากาศเหนือเขตห้ามวอลเลย์ไม่นับเป็นโซน — เอื้อมแพดเดิลข้ามไปวอลเลย์เหนือครัวได้ ตราบใดที่ไม่มีอะไรของคุณสัมผัสพื้นหรือเส้นของโซน (นี่คือหลักที่ทำให้ลูก Erne ถูกกติกา)
ลูกดี ลูกออก ใครมีสิทธิ์ตัดสิน และต้องขานเมื่อไหร่
ลูกที่สัมผัสเส้นใด ๆ ของสนามถือว่าดี ยกเว้นกรณีเดียว: ลูกเสิร์ฟที่แตะเส้นเขตห้ามวอลเลย์ถือว่าเสีย (ดูข้อ 4.1)
ในเกมไม่มีกรรมการ ผู้เล่นแต่ละฝ่ายขานลูกที่ตกในแดนตัวเอง คำขานของฝ่ายนั้นถือเป็นที่สุด — และเมื่อไม่แน่ใจ ต้องให้ลูกเป็น "ดี" ห้ามขานออกด้วยความรู้สึก
แยกเป็นสองกรณี: ถ้าคุณตีลูกโต้กลับไปแล้ว ต้องขาน "ออก" ก่อนคู่แข่งตีลูกต่อหรือก่อนลูกตาย ไม่ทันคือเล่นต่อ แต่ถ้าคุณไม่ได้ตีโต้กลับ การขานออกที่ทำทันทีจะถูกนับ แม้ลูกจะตายไปแล้วก็ตาม (ปี 2026 ตัดกติกาเดิมที่ยอมให้ขานได้จนถึงก่อนเสิร์ฟถัดไปทิ้ง เพื่อกันการถ่วงเกม) — และถ้าเสียงขาน "ออก" ดังก่อนลูกตกพื้น ถือเป็นเพียงการสื่อสารระหว่างคู่ขา ไม่ใช่คำตัดสิน
ถ้าคู่ขาสองคนขานไม่ตรงกัน (คนหนึ่งว่าออก อีกคนว่าดี) ความสงสัยตกเป็นประโยชน์ของคู่แข่ง — ลูกนั้นถือว่าดี
ผู้เล่นขอให้ฝ่ายตรงข้ามช่วยตัดสินลูกในแดนตัวเองได้ และถ้าอีกฝ่ายเห็นชัด คำตอบนั้นถือเป็นที่สุด — ถ้าอีกฝ่ายก็ไม่เห็นชัด ลูกถือว่าดี
ปี 2026 ยกระดับจาก "ไม่ควร" เป็น "ต้องไม่" ปรึกษาผู้ชมในการตัดสินใด ๆ ทั้งสิ้น — ในเกมมีกรรมการ การฝ่าฝืนอาจโดนตักเตือนไปจนถึงเทคนิคัลฟาวล์
ทุกเหตุการณ์ที่ทำให้แรลลี่จบ — ฝ่ายเสิร์ฟทำฟอลต์เสียสิทธิ์เสิร์ฟ ฝ่ายรับทำฟอลต์เสียคะแนน
เมื่อไหร่เล่นใหม่ เมื่อไหร่เสียแต้ม และขอเวลานอกได้แค่ไหน
เกิดฟอลต์ · ลูกตกพื้นแล้วถูกขานออก · ลูกไปโดนสิ่งกีดขวางถาวร (เพดาน ตาข่ายกั้น) · กรรมการหรือผู้เล่นขานหยุดเล่นอย่างถูกต้อง — หลังลูกตาย เหตุการณ์ใด ๆ ไม่นับเป็นฟอลต์อีก ยกเว้นฟอลต์โมเมนตัมครัว (ข้อ 8.3) ซึ่งนับย้อนได้
ถ้ามีสิ่งรบกวนที่อยู่นอกการควบคุมของผู้เล่นกระทบการเล่น เช่น ลูกจากคอร์ตข้าง ๆ กลิ้งเข้ามา ให้ผู้เล่นขานหยุดทันทีและเล่นแรลลี่นั้นใหม่ — การขานต้องเกิดทันทีและต้องเป็นเหตุที่กระทบการเล่นจริง ขานลอย ๆ หลังตีพลาดไม่ได้
ทีมละ 2 ครั้งต่อเกม ครั้งละไม่เกิน 1 นาที (เกมที่เล่นถึง 21 คะแนนได้ 3 ครั้ง) ขอได้เฉพาะระหว่างแรลลี่ก่อนลูกเสิร์ฟถัดไปจะออก และปี 2026 กำหนดเพิ่มว่าต้องขอให้ได้ยินด้วยเสียงหรือเห็นด้วยสัญญาณมือต่อคู่แข่งและกรรมการ — ขอไทม์เอาต์หลังลูกเสิร์ฟออกไปแล้วเป็นฟอลต์ เวลาเหลือใช้ไม่หมดไม่ทบไปเกมถัดไป
ผู้เล่นขอเวลานอกทางการแพทย์ได้ 1 ครั้งต่อแมตช์ ไม่เกิน 15 นาที หากพ้นเวลาแล้วเล่นต่อไม่ได้ถือว่าสละสิทธิ์แมตช์นั้น
พักระหว่างเกมได้ 2 นาที และการสลับแดนกลางเกมตัดสิน (ที่คะแนน 6) ไม่ใช่เวลาพัก — เปลี่ยนฝั่งแล้วเล่นต่อทันที
เปลี่ยนแพดเดิลหรือแก้ปัญหาอุปกรณ์ได้ในช่วงลูกตายโดยไม่ต้องใช้ไทม์เอาต์ ถ้าทำได้อย่างรวดเร็วตามสมควร ลูกแตกหรือนิ่มผิดปกติระหว่างแรลลี่ ให้เล่นจนจบแรลลี่ก่อนแล้วจึงเปลี่ยนลูก
สิ่งที่ rulebook เขียนไว้ในบทแรกสุด ไม่ใช่บทสุดท้าย
ขานคะแนนให้ดังและชัดก่อนเสิร์ฟทุกครั้ง — เพื่อคู่แข่ง ไม่ใช่เพื่อตัวเอง
เรียกฟอลต์ของตัวเองด้วย เช่น แตะครัวขณะวอลเลย์ หรือลูกโดนตัว — แม้อีกฝ่ายจะมองไม่เห็น
ส่งลูกคืนให้ฝ่ายเสิร์ฟแบบที่รับได้สะดวก ไม่ตีทิ้งไปอีกทาง
ลูกจากคอร์ตอื่นกลิ้งเข้ามา ให้ขาน "บอล!" ดัง ๆ ทันทีเพื่อความปลอดภัยของทุกคน แล้วเล่นแรลลี่ใหม่
จบเกมแตะแพดเดิลกันที่เน็ต — ธรรมเนียมของกีฬานี้ตั้งแต่วันแรกจนถึงคอร์ตแข่งระดับโลก
หน้านี้เรียบเรียงขึ้นใหม่เป็นภาษาไทยตามโครงสร้างและสาระของ USA Pickleball Official Rulebook ฉบับปี 2026 โดยตรวจทานกับเอกสารการเปลี่ยนแปลงกติกาทางการปี 2026 ของ USAP (ประกาศ 17 ธันวาคม 2025) แล้ว เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการและไม่มีผลผูกพันในการแข่งขัน กรณีต้องอ้างอิงในการแข่งขัน ให้ยึดต้นฉบับภาษาอังกฤษที่ usapickleball.org เป็นหลัก
กติกามีการปรับปรุงทุกปี (ฉบับ 2027 จะประกาศราวกลางเดือนธันวาคม 2026) — อัปเดตหน้านี้ล่าสุด: 8 กรกฎาคม 2026