หน้าแรกคู่มือเจ้าของสนาม

สนามเปิดใหม่ยังไม่มีคนจอง — หาลูกค้ากลุ่มแรกยังไง

20 ก.ย. 2569

สนามเปิดใหม่ที่ยังไม่มีคนจองมักไม่ได้ขาดโฆษณา แต่ขาดสองอย่าง — คนในรัศมี 5 กิโลเมตรหาสนามคุณไม่เจอ และ คนที่เจอแล้วจองทันทีไม่ได้ ซ่อมสองข้อนี้ก่อนจะคุ้มกว่าการเอาเงินไปยิงโฆษณาตอนที่หน้าร้านออนไลน์ยังไม่พร้อม

ลำดับข้างล่างนี้เรียงตามความคุ้มค่า ข้อแรก ๆ ไม่ต้องใช้เงินเลย แต่ต้องใช้เวลานั่งทำจริง

สัปดาห์แรก: ให้คนหาเจอบน Google Maps

คนที่อยากเล่นแบดในย่านคุณส่วนใหญ่เปิดแผนที่ค้นหาก่อน ไม่ได้เปิดเฟซบุ๊ก ถ้าสนามไม่มีอยู่บนแผนที่ ก็เท่ากับไม่มีอยู่ การสร้างข้อมูลธุรกิจบน Google ไม่มีค่าใช้จ่าย และควรทำก่อนวันเปิดจริงสองสามสัปดาห์

ช่องทางที่คนไทยใช้จริงคือ LINE

LINE ระบุว่าธุรกิจเข้าถึงลูกค้าไทยได้ถึง 56 ล้านบัญชี ผ่าน LINE Official Account และค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ศูนย์ — บัญชีทางการใช้ฟรีได้ โดยแถมโควตา ส่งข้อความได้ 300 ข้อความต่อเดือน ถ้าต้องการส่งมากกว่านั้นจึงเลื่อนขึ้นแพ็กเกจรายเดือน (ตามราคาที่ LINE ประกาศไว้ Basic อยู่ที่ 1,280 บาทสำหรับ 15,000 ข้อความ และ Pro 1,780 บาทสำหรับ 35,000 ข้อความ — โควตากับราคาปรับได้ ให้เช็คหน้าทางการของ LINE ก่อนตัดสินใจ)

สำหรับสนามเปิดใหม่ 300 ข้อความต่อเดือนพอใช้ ถ้าใช้ให้เป็น

ดึงก๊วนที่มีอยู่แล้ว ง่ายกว่าสร้างลูกค้าใหม่

ในทุกอำเภอมีก๊วนแบดที่เล่นกันอยู่แล้วทุกสัปดาห์ คนกลุ่มนี้ไม่ต้องถูกชักชวนให้มาเล่นแบด เขาเล่นอยู่แล้ว — เขาแค่อาจไม่พอใจสนามที่เล่นอยู่ เหตุผลที่ก๊วนย้ายสนามจริง ๆ มีอยู่ไม่กี่ข้อ

จะเจอก๊วนพวกนี้ได้จาก กลุ่มแบดมินตันในเฟซบุ๊กของจังหวัดหรือย่าน ร้านขายอุปกรณ์แบดแถวนั้น โคชที่รับสอน และชมรมของโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยใกล้สนาม วิธีเข้าหาที่ได้ผลคือไปหาหัวก๊วนตัวจริงและคุยเรื่องที่เขาสนใจ ซึ่งไม่ใช่ส่วนลด 10% แต่เป็น

  1. ช่วงเวลาที่ล็อกให้แน่นอน หัวก๊วนเหนื่อยที่สุดกับการต้องหาคอร์ทใหม่ทุกสัปดาห์ ถ้าคุณการันตีเวลาเดิมให้ได้ นั่นคือข้อเสนอที่คู่แข่งส่วนใหญ่ไม่ให้
  2. ราคาเหมารอบที่หารกันแล้วเห็นตัวเลขชัด คุยเป็นยอดต่อหัวต่อครั้ง เพราะนั่นคือเลขที่เขาต้องไปแจ้งสมาชิก
  3. ให้มาลองเล่นจริงก่อน ก๊วนตัดสินใจจากพื้นกับแสง ซึ่งอธิบายทางแชทไม่ได้
  4. ให้เขาเห็นว่าจัดการง่าย ถ้าหัวก๊วนดูตารางและยืนยันรอบเองได้จากมือถือ ไม่ต้องรอคุณตอบแชท นั่นเป็นเหตุผลให้ย้ายเพิ่มอีกข้อ

ก๊วนเดียวที่เล่นสองคอร์ทสัปดาห์ละครั้งคือรายได้ที่คาดการณ์ได้ทั้งปี คุ้มกว่าลูกค้าขาจรสิบคนที่มาครั้งเดียว

ช่วงกลางวันที่ว่าง ต้องหาคนอีกกลุ่ม ไม่ใช่ลดราคาให้คนกลุ่มเดิม

ช่วงเช้าถึงบ่ายวันธรรมดาเป็นช่วงที่สนามเปิดใหม่เจ็บที่สุด เพราะค่าเช่ากับเงินเดือนเดินเท่าเดิม การลดราคาช่วงเย็นไม่ช่วยเลย เพราะคนที่ว่างตอนเย็นก็ยังว่างตอนเย็น ต้องไปหาคนที่ว่างตอนกลางวันโดยเฉพาะ

ตั้งราคาเฉพาะช่วงให้ชัดว่าใช้ได้เวลาไหน และอย่าให้ส่วนลดนั้นข้ามมาใช้ช่วงเย็นได้ (วิธีคิดเรื่องนี้อยู่ใน ตั้งราคาคอร์ทยังไงให้เต็มและไม่ขาดทุน)

สัปดาห์เปิด: อย่าให้คนที่สนใจแล้วหลุดมือ

เงินก้อนที่เสียเปล่าที่สุดของสนามเปิดใหม่ ไม่ใช่ค่าโฆษณา แต่เป็นคนที่สนใจแล้วแต่จองไม่สำเร็จ

30 วันแรกวัดแค่สามอย่าง

ไม่ต้องทำรายงานยาว ดูสามบรรทัดนี้ก็รู้ว่าสนามกำลังไปทางไหน

สิ่งที่ยังไม่คุ้มทำตอนเพิ่งเปิด

สรุปลำดับที่ควรทำ

  1. สร้างข้อมูลธุรกิจบน Google ให้ครบ พร้อมรูปจริงและเวลาเปิดที่ถูกต้อง — ฟรี
  2. เปิดบัญชี LINE ของสนาม ทำเมนูให้กดจองได้ ไม่ใช่ให้รอแอดมิน
  3. ไล่หาหัวก๊วนในรัศมีที่ขับรถถึง เสนอช่วงเวลาล็อกแน่นอนกับราคาเหมารอบ
  4. หากลุ่มลูกค้ากลางวันที่เป็นคนละกลุ่มกับลูกค้าตอนเย็น
  5. เก็บชื่อและเบอร์ลูกค้าทุกคนตั้งแต่คนแรก
  6. ดูตัวเลขสามบรรทัดข้างบนทุกสัปดาห์ แล้วทุ่มแรงลงช่องทางที่ได้ผลจริง

ระบบจองช่วยเรื่องข้อ 2, 3 และ 5 ได้ในที่เดียว — ลูกค้าจองเองได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านเว็บและ LINE คุณมีลิงก์ของสนามเองไว้ส่งทุกที่ ตั้งราคาแยกช่วงเวลาได้ และมีรายชื่อลูกค้าพร้อมวันที่มาล่าสุดให้ทักกลับ ดูรายละเอียดที่ ระบบจองสนามแบดมินตัน หรือ ดูราคาแพ็กเกจ ซึ่งทดลองใช้ฟรี 7 วันก่อนตัดสินใจได้ โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

ถ้ายังอยู่ขั้นวางแผนก่อนเปิด ดูรายการต้นทุนทั้งหมดได้ที่ เปิดสนามแบดมินตันต้องลงทุนอะไรบ้าง

อยากให้สนามรับจองออนไลน์ได้เองทั้งวัน

JongCourt คือระบบจองคอร์ทสำหรับเจ้าของสนาม รับจองผ่าน LINE ตรวจสลิปให้อัตโนมัติ ดูตารางคอร์ทและรายได้ได้ในที่เดียว

ดูราคาและแพ็กเกจ อ่านบทความอื่น